ในที่สุด ... ก็ถึงวันที่ผมจะต้องจัดของอันแสนจะเยอะอิรุงตุงนังของผมใส่กระเป๋าเดินทาง

เพื่อเตรียมตัวย้ายเข้าหอ 

ตอนแรก พอผมรู้ว่าเขาบังคับให้ปี 1 ทุกคนต้องอยู่หอใน ความคิดแรกในหัวผมนี่... "ไม่อยากอยู่เลยว่ะ" -*-

กลัวหลายๆอย่างอ่ะคับ กลัวทั้งผี กลัวทั้งจะเหงา กลัวจะเจอรูมเมทไม่ดี อะไรต่างๆเยอะแยะ

แต่เมื่อผมได้ไปคุยในเว็บบอร์ดของ มฟล. ได้คุยกับรุ่นพี่หลายๆคน ทำให้ผมเองก็เปลี่ยนความคิดไปได้บ้าง

ว่าอันที่จริงมันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรอย่างที่เราคิดไว้หรอก

พอผมคิดได้แบบนั้น ทีนี้จัดของที ผมสาระพัดจะเอาของไปเลย 5555+

ตอนแรก... ก็อายๆอ่ะคับ ไม่กล้าขนของไปเยอะ กลัวคนที่หอแซว

แต่ทีนี้ไปอ่านในบอร์ดมา เห็นบางคนเอาไปกัน 7-8 กระเป๋าเลย ผมก็เลยขนไปมั่ง 5555+

แต่ของผมมีแค่กระเป๋าลากใบเดียวเองน้า(ไม่รวมกล่องคอกับถุงเครื่องนอน)

แต่กระเป๋าลากที่ผมว่า... มันใบเท่าตู้เ็นเลยอ่ะคับ ก๊ากกกก =w=

ผมยังจำได้เลย วันสุดท้าย ที่ผมจะต้องจัดกระเป๋า ผมวางแผนไว้แล้วแท้ๆ

ว่าวันนั้นผมจะอยู่คุยกับคนคนนึงทั้งวัน เพาะหลังจากนี้ ผมคงจะต้องยุ่งๆแล้ว

กลัวจะไม่ค่อยมีเวลาคุยกับเขาอีก แต่มันก็ไม่ได้เป็นไปตามที่วางแผน วันนั้นทั้งวันผมกับยุ่งทั้งวันเลย

T-T สุดท้าย ผมมีเวลาได้คุยกับคนสำคัญของผมแค่ตอนช่วงตี 1-ตี2 เอง

ยังเสียดายเวลาที่ผ่านพ้นไปไม่หายเลย T-T

 

 

และเมื่อถึงเช้าวันรุ่งขึ้น ตอนตี 4 ของวันที่ 23 ผมก็ต้องตื่นมาเพื่อขนของขึ้นรถ แล้วอาบน้ำอาบท่า

เพื่อที่จะเริ่มเตรียมตัวออกเดินทาง  บ้านผมตอนแรกจะแห่กันไปส่งทั้งบ้านเลย แต่พอดีของผมเยอะ 55+

จนคนขึ้นไม่พอ เลยที่มีไปส่งผมก็มี พ่อ แม่ พี่สาว และแฟนของพี่ผม

ผมเริ่มออกเดินทางจากบ้านตั้งแต่ 6 โมงเช้า ตลอดระยะการเดินทางจากกรุงเทพไปเชียงราย

พ่อผมกับแฟนพี่ผมก็จะผลัดกันขับรถ 

 

 

 

โดยปกติแล้ว ผมอยู่บ้านมาตลอด 18 ปี ผมแทบไม่ค่อยคุยกับพ่อเท่าไหร่ ผมกับพ่อไม่ค่อยสนิทกัน

ผมจะสนิทกับแม่มากกว่า พ่อเองก็ไม่ค่อยคุยกับผม แต่พอมาวันนี้ ผมรู้สึกว่าพ่อมีความสุขแปลกๆ

ผมเองรู้สึกได้ ว่าพ่อเขาคุยเยอะขึ้น มีการคุยกับแม่ไปหยอกแม่ไประหว่างทาง ดูเขาอารมณ์ดีเป็นพิเศษ

และตลอดระยะทางจากกรุงเทพ ไปเชียงราย (ราวๆ 830 กม.) พ่อผมก็สอนผมแต่เรื่องเดิมๆ 

ซึ้งผมเองก็แอบขำอยู่ ก็เขาพูดเรื่องเดิมๆซ้ำมาเป็นสิบๆรอบแล้ว 555+ 

เรื่องที่เขาสอนก็พวก.. อย่าไปดื่มเหล้าน่ะ อย่าไปติดเพื่อนมากน่ะ มีอะไรโทรมาหาที่บ้านน่ะ บลาๆ

พอผ่านไปอีกซักชั่วโมง ก็พูดเรื่องเดิมใหม่ .. ผมเองก็แอบยิ้ม ^^ คือรู้ได้ว่าพ่อเขาก็เป็นห่วง

 

 

 

แล้วเราก็ไปจอดทานอาหารกลางวันกันที่่พิษณุโลก .... อาหารมื้อนั้น ทำผมรู้สึกประทับใจกับคนเมืองเหนือมาก

พอผมทานอะไรๆก็เสร็จหมด ซักแป๊บ ก็มีคนเดินถือจานที่บนจานมีลิ้นจี่กำใหญ่มาวางที่โต๊ะผม

ผมก็งงๆ... มองหน้าเขา.. เขาบอกว่า "อ่อ เสริฟฟรีค่ะ ^^" ....

ผมก็คิดในใจ... "ถ้ากินข้าวที่กรุงเทพฯ มันจะมีร้านไหนมาเสริฟผลไม้ล้างปากให้ฟรีๆแบบนี้เปล่าฟ่ะ -*-"

นั่นเลยเป็นอีกจุดเริ่มต้นของความประทับใจของผม ที่มีต่อสังคมคนนอกกรุงเทพฯ

 

 

จนกระทั่ง... 5 โมงเย็น...  ผมก็มาถึงเชียงรายกันแล้ว... ตอนนั้น แฟนพี่ผมเป็นคนขับรถ

ผมเลยบอกว่าให้เข้าไปในมหาลัยก่อนเข้าที่พักแล้วกัน อยากพาพ่อกับแม่เข้าไปดูมหาลัยกับ หอผมก่อน

พอพ่อเห็น เขาก็สบายใจ ที่รู้ว่าผมไม่ได้มาอยู่ลำบากลำบนอะไร

ใกล้ๆม. ก็มีโลตัส มีแมคโคร มีบิ๊กซี แถมอยู่ใกล้ๆกับสนามบิน และอีกอย่าง... -*- 7-11 เยอะโคตร

ส่วนในม. ตรงข้างหน้าก็มีพลาซ่าของม. เอง ในม. ก็มีรถไฟฟ้าวิ่งวนรอบม.ตลอด 6โมงเช้า-2ทุ่ม

พ่อที่บ้านผมเห็นแบบนี้เขาก็สบายใจ แต่ว่า.. ไอ้ระยะทางจอกหอใน มาตรงส่วนหน้า(พลาซ่า) เนี่ย

มันไกลไม่ใช่เล่นๆเลย -*- ... ไอ้ที่พ่อบอกจะให้ผมเดินออกมาเรียนจากหอ... คงจะไม่ไหว

พ่อผมก็บอกว่า เดี๋ยวจะลองๆดูเรื่องมอไซให้

 

 

แล้วเราก็ขับรถออกมาจากม.ไปหาอะไรทานกัน ในที่สุด ก็ได้ไปทานร้านอาหารที่อยู่ใกล้ๆม.

วันนั้นผมสังเกตได้ว่าพ่อผมมีความสุขทั้งวันจริงๆ ผมอยู่กับพ่อมาตลอด 18 ปี ไม่เคยเห็นพ่อเป็นแบบนี้

พ่อทานข้าวไป แหย่แม่ไป บางที ก็มีมาแหย่ผม ซึ่งผ่านมา 18 ปี เขาไม่เคยแหย่ผมแบบนี้เลย

พอเราทานมื้อค่ำเสร็จ.. เขาก็ยกมะละกอมาเสริฟ ....  ผมก็..."โห.. อีกร้านแล้วหรอเนี่ย"

อาจเป็นเพราะผมไม่เคยเจอสังคมแบบนี้ในกรุงเทพฯ ผมถึงรู้สึกดีกับที่นี่มากๆ

 

 

และในที่สุด คืนนี้เราก็ต้องเข้าที่พักนอนกันซักที หลังจากที่เดินทางล้ากันมาทั้งวัน

คืนนนี้ ผมนอนกับที่บ้านได้ แต่วันที่ผมต้องเข้าหอจริงๆืคือวันที่ 24 (วันรุ่งขึ้น)

เมื่อถึงที่พัก ก็สลบไสลกันไปตามๆกัน ก่อนผมจะนอนคืนนั้น.... มีข้อความจากคนคนนึงส่งมาหาผม

^^ เขาทำให้ผมยิ้มได้ทุกที ถึงแม้ผมกำลังเหนื่อย หรือล้า .......   ขอบคุณมากๆน่ะคับ ลูกหมาน้อย ^^

 

 

 

ผมขอจบ Entry นี้ไว้แค่วันนี้แล้วกันน่ะคับ กลัวจะยาวไปอ่านแล้วจะหลับกันซ่ะก่อน =w=

เดี๋ยวผมค่อยมาเล่าต่อใน Entry ใหม่เน้อ ^^

(( อุตส่าเตรียมรูปไว้มาอัพ แต่ดันไม่ได้อัพเลย เพราะเล่าไม่ถึงช็อตนั้น =[]= ))

 

ปล.การเดินทางครั้งนี้ พ่อผมเล่นไม่ได้เอาเงินมาเลย -*- ทั้งค่าน้ำมัน ค่าอาหาร/ที่พัก พี่ผมออกหมด -*-

edit @ 2 Jun 2009 14:42:03 by TEDDY

Comment

Comment:

Tweet

อืมนักศึกษาใหม่
อาหารเหนือรำแต้ๆเด้อน้อง
โดยเฉพาะน้ำพริกอ่อง
จัดไปหนักๆเลยน้อง
พี่กินที่กรุงเทพแล้วไม่อร่อยเลย
ต้องกินที่บ้านเผ็ดอร่อยตามวิธีคนเหนือ

#2 By supermet on 2009-06-02 14:58

ทำไมอ่านแล้วมีความสุขจัง big smile <- มันบ้า 555+

ยังไงก็โทรไปหาที่บ้านบ่อย ๆ นะค๊าบ เด่วที่บ้านเป็นห่วง อิอิ

จริง ๆ คนแถวนี้ก็เป็นห่วงน้อออ question big smile

รักษาสุขภาพด้วยนะค๊าบ เด่วจะไม่สบายไปกว่านี้อีก open-mounthed smile

แบร่ ๆ หมีบ้าาาา

#1 By ปั๊ปปี้ฮับ on 2009-06-02 14:54